UFABETWINS ทำไมไม่เซ็นให้จบไป? : เจาะหลักการและเบื้องหลังการต่อสัญญานักฟุตบอลอาชีพ

UFABETWINS โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ถูกยกมาพูดถึงเป็นอย่างมากจากบรรดาเหล่าแฟนบอล ลิเวอร์พูล หลังจากโชว์ฟอร์มยิงประตูสุดสวย

ทำไมไม่เซ็นให้จบไป? : เจาะหลักการและเบื้องหลังการต่อสัญญานักฟุตบอลอาชีพ

 พร้อมกับจ่ายถวายพานให้ ซาดิโอ มาเน่ หลุดไปใส่สกอร์ในเกมที่พวกเขาเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปอย่างสุดมันส์ 2-2

แต่สิ่งที่แฟนบอลหงส์แดงยังเป็นกังวล ก็คงไม่พ้นระยะเวลาสัญญาที่เหลืออยู่ของดาวยิงชาวอียิปต์รายนี้ ซึ่งกำลังจะหมดลงในปลายเดือนมิถุนายน ปี 2023 โดยยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังจะได้จรดปากกาบนสัญญาฉบับใหม่ในเร็ววัน

ทำไมการต่อสัญญาฉบับใหม่ ที่ดูเหมือนแค่เป็นการเพิ่มเงินเดือนให้นักเตะไปลงแข่งให้กับทีม ถึงได้กลายเป็นเรื่องยืดเยื้อวุ่นวายแบบนี้ได้ เป็นเพราะสโมสรไม่ชัดเจนหรือผู้เล่นไม่ชัดเอง ? มาลองวิเคราะห์หาคำตอบไปพร้อมกันกับ Main Stand

มูลค่าของเวลา

ตามกฎบอสแมน เมื่อนักฟุตบอลเหลือสัญญากับต้นสังกัดอีกแค่ 6 เดือน พวกเขาสามารถไปเจรจาสัญญาฉบับถัดไปกับสโมสรใด ๆ ก็ได้ตามที่ตนเองต้องการ จนนำไปสู่การย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวที่เรามักคุ้นตากันในช่วงตลาดซัมเมอร์ของแต่ละฤดูกาล

1  

แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่ทุกสโมสรต้องการหลีกเลี่ยง เพราะนอกจากจะเสี่ยงเสียผู้เล่นไปโดยไม่ได้อะไรกลับคืนมาแล้ว ยังมีโอกาสยื่นหอกให้ศัตรูร่วมลีกใช้กลับมาทิ่มแทงกันแบบฟรี ๆ ได้อีกด้วย จึงนำไปสู่การต่อสัญญาฉบับใหม่ที่มักเกิดขึ้นเมื่อนักเตะของตนเหลือสัญญาระหว่าง 18 – 24 เดือน

แล้วทำไมต้องต่อในช่วงที่เหลือสัญญาเพียง 1 ปีครึ่ง – 2 ปีกันด้วยล่ะ ถ้ารอให้เหลือหนึ่งปี นักเตะก็ยังไม่สามารถย้ายทีมหนีได้ไม่ใช่หรือ?

ประธานฝ่ายเทคนิคของสโมสรหนึ่งในพรีเมียร์ลีก ได้เปิดเผยกับสื่อ The Athletic ว่า “เมื่อผู้เล่นเหลือสัญญาแค่ปีเดียว เขาและเอเยนต์จะมีความต้องการสูงกว่าสิ่งที่คุณสามารถจ่ายไหว โดยเฉพาะรายที่มีแววโชว์ฟอร์มได้อีก 4-5 ปี คุณจะโดนเอเยนต์พูดในแนวว่า ‘ถ้าคุณซื้อนักเตะใหม่มาแทนผู้เล่นในการดูแลของเขา ต้องใช้เงิน 15 ล้านปอนด์ จะดีกว่าไหมถ้าเอาแค่ 10 ล้านปอนด์มาให้กับนักเตะและตัวเขาเอง “

นั่นคือการยกอำนาจการต่อรองที่คุณมี ให้กับตัวผู้เล่นและเอเยนต์ได้มีโอกาสคุมเกมเหนือกว่าโดยทันที ซึ่งเมื่อถึงจุดนี้ ก็เปรียบเสมือนทางแยกที่สโมสรจะต้องตัดสินใจ ว่าจะยอมจ่ายค่าเหนื่อยสูงลิ่วหรือตัดใจปล่อยตัวออกจากทีมด้วยราคาที่ถูกลงในตลาดฤดูหนาว หรือกัดฟันใช้งานผู้เล่นรายนั้นไปจนหมดสัญญา แล้วค่อยปล่อยให้เจ้าตัวได้เลือกเส้นทางต่อไปด้วยตนเอง

2  

 

ไม่มีตัวเลือกไหนที่ง่ายเลย แม้อาจจะจริงที่ผู้เล่นคีย์แมนของทีมสมควรจะได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมกับตนเอง แต่การขึ้นค่าเหนื่อยให้สูงลิ่วตามแรงกดดันของนักเตะและเอเยนต์นั้น อาจส่งผลต่อโครงสร้างเพดานค่าเหนื่อยในทีม ที่ผู้เล่นรายอื่นก็จะเริ่มเรียกร้องค่าเหนื่อยที่สูงขึ้นตามกันไป หรือกลายเป็นแรงกดดันที่กดทับจนนักเตะคนดังกล่าวโชว์ฟอร์มไม่ออกหรือไม่สมกับความคาดหวังของแฟนบอลขึ้นมาได้ จนทำให้สถานการณ์ที่ควรจะดีขึ้นมากลับแย่ลงไปกว่าเดิม

หากเลือกปล่อยตัวในช่วงตลาดเดือนมกราคม หรือเป็นการรีบปล่อยตัวก่อนที่กฎบอสแมนจะเริ่มใช้ได้นั้น มูลค่าของผู้เล่นรายดังกล่าวก็ย่อมลดลงเป็นธรรมดา เพราะทีมที่ซื้อก็ทราบดีว่าถ้ารออีกแค่ 6 เดือนก็สามารถได้ตัวนักเตะมาฟรี ๆ ได้ แถมยังนำค่าตัวส่วนนี้ไปเพิ่มเป็นแรงจูงใจให้กับนักเตะได้อีกด้วย

แต่ในบางครา การเร่ขายเพื่อค่าตัวไม่กี่ล้านปอนด์ในตลาดเดือนมกราคม ก็อาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์ได้เช่นกัน…

คลิกเลย >>> https://www.ufabetwins.com/
อ่านเพิ่มเติม >>> บ้านผลบอล